Uncategorized

วัยรุ่นไทยกับเพศศึกษา

วัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลง มีการเจริญเติบโตพร้อมที่จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ในปัจจุบันเกิดปัญหาท้องก่อนวัยอันควร โรคต่างๆเกิดขึ้น แทงบอล 1.25

เรียนรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้อง

———-เพราะเรียนรู้อย่างผิดๆ และไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้ที่ถูกต้องหรือถูกปิดกั้นความคิดเห็น และไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางเรื่องเพศ หากเราไม่รู้จักป้องกันอาจจะมีปัญหาตามมาทีหลัง แทงบอล 1.25
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Disease) แทงบอล 1.25
โรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่วัยรุ่นควรรู้ไว้นั้นมีมากมาย
– โรคเอดส์ (HIV) หรือ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
– โรคหนองในเทียม (Chlamydia) หรือคนไทยจะรู้จักกันในชื่อ ฝึมะม่วง เป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดเชื้อโรคซึ่งไม่ใช่หนองในแท้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอักเสบ
– โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) เป็นโรคที่ติดต่อจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae เชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะเยื่อเมือก mucous membrane เช่น เยื่อเมือกในท่อปปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก และเยื่อบุมดลูก ท่อรังไข่ ทวารหนัก เยื่อบุตา ปากและคอ
– โรคหูดหงอนไก่ (Human Papilloma Virus/HPV) เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบบ่อย มากกว่า 100 สายพันธุ์ โรคเกิดบริเวณอวัยวะเพศ และส่วนใหญ่ติดโรคนี้จากการมีเพศสัมพันธ์ 50-70% โดยหูดจะขึ้นเป็นติ่งเนื้องอกอ่อน ๆ มีสีชมพูหรือสีเนื้อ ผิวขรุขระ เริ่มจากขนาดเล็ก ๆ แล้วขยายตัวลุกลามใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนคล้ายหงอนไก่หรือรูปทรงเหมือนดอกกะหล่ำ
– เริม (Genital herpes) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่มาจากเชื้อ herpes simplex virus type 1(HSV-1) หรือ type 2 (HSV-2) เชื้อชนิดที่ 2 เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อเริมที่ผิวหนังริมฝีปาก และอวัยวะเพศ อาจลามติดเชื้อไปที่ส่วนอื่นของร่างกายและทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ลักษณะเป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ บนผิวหนังที่อักเสบสีแดง
– ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Treponema pallidum เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อเมือกเช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปาก เยื่อบุตา หรือทางผิวหนังที่มีแผล
– โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นการอักเสบของตับซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสจะบุกรุกเข้าสู่เซลล์ตับและก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ในบางกรณีเชื้ออาจจะอยู่นิ่งเป็นปีๆ ซึ่งผู้ที่มีเชื้ออาจไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ในร่างกาย

วิธีการป้องกันตัวเองจากโรคและท้องก่อนวัยอันควรจากการมีเพศสัมพันธ์

1.การใส่ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน สามารถหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง ไม่มีผลข้างเคึยงใดๆกับร่างกาย
2. การกินยาคุมกำเนิด โดยทั่วไปการกินยาคุมกำเนิดจะเป็นการกินฮอร์โมนรวมหรือฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งป้องกันไม่ให้ไข่ตก หรือ ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกหนาขึ้นทำให้สเปิร์มไม่สามารถปฎิสนธิกับไข่ และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัว ยาคุมกำเนิดจะมีแบบกินต่อเนื่อง 21 เม็ดและ 28 เม็ด
3. การกินยาคุมฉุกเฉิน วิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ฉุกเฉินเท่านั้น การกินยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้มีผลข้างเคึยง เช่น อาเจียน เวียนศีรษะ หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน ปกติจะกิน 2 เม็ดโดยเม็ดแรกควรกินทันทีหลังมีเพศสัมพันธุ์หรือควรกินภายใน 24 ชม.และกินเม็ดที่สองหลังจากเม็ดแรก 12 ชม. จะช่วยทำให้ยามีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากรับประทานยาทั้ง 2 เม็ดแล้วภายใน 1 สัปดาห์หลังจากนั้นมีประจำเดือน